ธุรกิจ S-Curve น่าจับตา

ธุรกิจ S-Curve น่าจับตา สอดรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ปัจจุบัน วิทยาศาสตร์การแพทย์เจริญก้าวหน้าไปมาก และประชากรก็มีอัตรารู้หนังสือที่สูง รวมถึงวุฒิการศึกษาก็มีค่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น หน้าที่การงานดีขึ้น มีการวางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเป็นระบบ (Old people playing young) ตลาดกลุ่มผู้สูงอายุจึงเป็นตลาดที่มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นมา จากจำนวนประชากรกลุ่มผู้สูงวัย และสภาวะทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุก็ดีขึ้นมาก (Old but Rich)

ปี พ.ศ.2563 จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่จะมีประชากรสูงอายุมากกว่าประชากรวัยเด็ก ทั้งนี้เป็นผลจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของอัตราเจริญพันธุ์และอัตราตายของประชากรในอดีต และการเพิ่มขึ้นของอายุคาดหมายเฉลี่ยเมื่อแรกเกิด (ความยืนยาวของ ชีวิต) ของประชากรไทยในระยะเวลาที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ข้อมูลทางด้านประชากรศาสตร์ของ U.S. Census Bureau, International Data Base กล่าวไว้ว่า ปี ค.ศ.2025-2050 หรืออีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรในแถบตะวันออกเฉียงใต้ จะมีอัตราการเกิดที่ไม่เปลี่ยนแปลงหรือคงที่ นั่นหมายความว่า เด็กเกิดน้อยลง ขณะเดียวกันจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น หรือที่เรียกว่า Longer Old Age ส่งผลโครงสร้างพีระมิดประชากรของประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปตามประเทศตะวันตกแล้ว จากฐานกว้างยอดแคบ กลายเป็นฐานเริ่มแคบและป่องตรงกลาง

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ Segment อายุของประชากรเปลี่ยนแปลงไป คนมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้นเป็น 90 ถึง 100 ปี จากเดิมมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 80 ปี ช่วงอายุของวัยรุ่นขยายเพิ่มขึ้นจากเดิมอายุ 10-20 ปี เปลี่ยนมาอยู่ในช่วง 10-25 ปี ช่วงอายุของผู้ใหญ่ขยายเพิ่มขึ้นจากเดิมอายุ 20-30 ปี เปลี่ยนไปอยู่ในช่วง 25-35 ปี การมีครอบครัวชะลอตัวลงจากเดิมอายุ 30-40 ปี แต่งงานมีครอบครัว เปลี่ยนเป็นช่วง 35-50 ปี

ทำให้กลุ่มที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อเปลี่ยนจากกลุ่มอายุ 20-30 ปี ซึ่งเป็นเริ่มทำงานกลายเป็นกลุ่มอายุ 30-50 ปี เมื่ออัตราการเกิดของเด็กไทยน้อยลง สินค้าเด็กย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ดังนั้นการปรับตัวมีสองประการ คือ ทำสินค้าที่ Premium ขึ้นเพื่อเจาะตลาด Niche Market เพราะเด็กจะเกิดน้อยลง แต่พ่อแม่เมื่อมีลูกคนเดียวย่อมทุ่มเทให้กับลูกอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน

ประการต่อมาคือขยายฐานจับกลุ่มเป้าหมายใหม่แบบConsumer Insight ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่ผลิตออกมาเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าผู้สูงวัย แตกต่างจากยุคอดีตอย่างที่กล่าวไป

เช่น การบริโภคยาสีฟันของครอบครัวไทยยุคก่อน จะมีบ้านละ 2 หลอด คือยาสีฟันผู้ใหญ่ กับยาสีฟันเด็ก แต่ในปัจจุบัน มีการผลิตยาสีฟันที่จำแนกตามอายุ อาทิ ยาสีฟันสำหรับคนอายุ 40+ เช่น ยาสีฟัน Fluocaril 40+

บางสินค้าถึงกับตั้งชื่อผลิตภัณฑ์เป็นคำเรียกในครอบครัว คือโทรศัพท์มือถือ “อาม่า” จุดขายคือมีปุ่มกดใหญ่ๆ สำหรับคนแก่ที่สายตาไม่ดี เป็นโทรศัพท์ที่ไม่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมาก แค่โทร.ออกและรับเข้าเท่านั้น เป็นต้น

ตลาดยานั้นไม่ต้องพูดถึง ทั้งยาบำรุง วิตามิน อาหารเสริม และเวชสำอางต่างๆ สำหรับผู้สูงอายุ เป็นตลาดที่ใหญ่มากในปัจจุบัน ทุกวันนี้มีร้านขายเฉพาะอาหารเสริมสุขภาพ และวิตามิน เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย

รวมไปถึงอุปกรณ์การดูแล และช่วยเหลือผู้สูงอายุด้วย เช่น อุปกรณ์การช่วยเดินด้วยตัวเอง อุปกรณ์การวัดระดับความดัน หรือระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้จะได้รับการพัฒนาอีกมากเพื่อให้สะดวก ในการใช้งานของผู้สูงอายุตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และมูลค่าตลาดที่จะขยายตัวมากขึ้นเป็นลำดับ

น่าสนใจอีกทั้ง บริการการดูแล ผู้สูงอายุในกลุ่มนี้เป็นผู้สูงอายุที่มีลูกหลานน้อย ดังนั้นจึงอาจยากที่จะพึ่งพิงการดูแลจากลูกหลานที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านได้อย่างเต็มที่ในยามที่แก่ชรา เจ็บป่วย หรือไม่สามารถ ช่วยตัวเองได้ ดังนั้นสถานบริการการดูแล หรือ Nursery ทั้งแบบที่ให้ผู้สูงอายุมาอยู่ประจำ หรือส่งเจ้าหน้า ที่ไปดูแลที่บ้านจึงเป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ

ตลาดกลุ่มผู้สูงวัยเป็นที่จับตาของนักการตลาดทั่วโลก ในต่างประเทศมีกลุ่มตลาดนี้ชัดเจนมาหลายสิบปีแล้ว ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของนักการตลาดไทยนั่นเองครับ

บทความน่าสนใจ

ค้นหางานหรือหาคนทำงาน

เพิ่มเรซูเม่เพื่อหางานในฝัน หรือลงประกาศเพื่อหาคนทำงานที่ตรงใจกับ S-CURVE HUB