เส้นโค้ง "After You" คาเฟ่ต์ขนมหวานไทยสู่โกลบอล
คนหนึ่งมีฝันในวัยเด็ก อีกคนมีบทเรียนธุรกิจล้ม สองศรีลูกพี่ลูกน้อง มีไฟบวกกับประสบการณ์ สานฝันเส้นทางธุรกิจคาเฟ่ต์ขนมหวานร่วมสมัยแบรนด์คนไทย”อาฟเตอร์ยู” เทียบศักดิ์ศรีโกลบอลแบรนด์ที่เข้ามารุกไทย ด้วยกลยุทธ์ปรุงสูตรด้วยใจ จัดการอย่างมืออาชีพ ไม่เคยยึดติดโมเดลเดิม “คิดเร็ว เปลี่ยนเร็ว” พร้อมส่งอาฟเตอร์ยู ปูพรมตลาดโลก

ก่อนจะมาเป็น “อาฟเตอร์ ยู” ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างเนื้อหอม “มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด” หรือ Market Cap ยอดมูลค่า เคยวิ่งไปแตะสูงสุดถึงกว่า 10,0000 ล้านบาท ปัจจุบันลงมาอยู่ที่ 8,917.50 ล้านบาท สองศรีพี่น้อง สาวช่างฝัน “กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ “บมจ.อาฟเตอร์ ยู” เจ้าของไอเดียที่เก็บความฝันอยากร้านค่าเฟ่ต์ขนมหวานตั้งแต่วัยเรียน และ “แม่ทัพ ต.สุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) พี่ใหญ่ผู้ร่วมทุนจัดวางระบบ และแปลงฝันของน้องสาวให้กลายเป็นภาพธุรกิจจริง ใน 10 ปีก่อน 


“น้องผม เมย์ เจ้าของไอเดียธุรกิจอาฟเตอร์ อ่อนกว่าผม 7-8 ปี เพิ่งเรียนจบ มีความฝันอยากทำร้านคาเฟ่ต์ขนมที่คนมานั่งทานได้ทั้งวันกับเพื่อน โดยที่จำเป็นต้องดื่มแอลกอร์ฮอร์ ซึ่งเมย์มีใจ มีฝันและยังสนุกที่ได้ทำตามฝัน สำหรับผมต่างกัน โตกว่าจึงมองความมั่นคงเป็นหลักก่อนทำร้านจึงคิดถึงระบบ” แม่ทัพเล่าถึงไอเดียแรกที่หยิบความฝันของน้องสาวมาแปลงเป็นธุรกิจ แต่ก้าวไปด้วยความระมัดระวัง เพราะเคยมีบทเรียนทำร้านอาหารซีฟู้ดแล้วเจ๊งมาก่อน จึงไม่อยากซ้ำรอยเดิม 


ก่อนแปลงฝันเป็นธุรกิจจริง สิ่งที่แม่ทัพชอบในไอเดียของเมย์คือการเป็นร้านคาเฟ่ต์ขนมหวาน มีความสด ใหม่และแตกต่าง ไม่มีในตลาดไทยและต่างประเทศ 


“สิ่งเดียวที่ชอบคือ เมืองไทยไม่เคยมี เมืองนอกก็ยังไม่เคยมี มันแตกต่างถึงแม้ยังไม่เข้าใจนักแต่ในแง่การตลาดมันดีในตัว จึงหยิบมาสร้างให้เป็นรูปธรรม ซึ่งไม่ได้คาดหวังเยอะ แต่เดินอย่างมั่นคง จึงทำด้วยความระมัดระวัง ไม่อยากให้มันล้มเหมือนธุรกิจแรกที่ทำ” 




จากสาขาแรกที่ทองหล่อ สร้างปรากฎการณ์ร้านขนมหวานคนต่อคิวยาวนานอยู่หน้าร้านเพื่อรอลิ้มลองเมนูพิเศษที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คือ  "ฮันนี่โทสต์ กับช็อกโกแล็ต ลาวา" การปรุงสูตรขนมหวานที่เกิดจากการปรุงและพัฒนานวัตกรรมขนมด้วยตัวเอง ยอดขายวันแรกจึงเปิดสวย ๆ ที่ตัวเลข 10,000 บาท 


จึงทำให้ขนมหวานไม่ใช่แค่เพียงแค่สวยที่หน้าตา น่าทาน แต่ยังถอดดีเอ็นเอ ของเด็กผู้หญิงรักการทำขนมเป็นชีวิตจิตใจ บวกกับไฟฝันเปิดร้านตามไอเดียฝันของตัวเอง 


นั่นทำให้ยอดขายของ อาฟเตอร์ ยู ทำรายได้ทั้งเดือน 4 แสนบาท และหาเงินมาคืนที่ให้ทุนก้อนหนึ่งมาเปิดร้านได้ ภายใน 6 เดือน 


รายได้และกำไรในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นเท่าตัว จากปี 2556 มีรายได้รวม 189 ล้านบาท มีกำไร 5.6 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 311.6 ล้านบาท มีกำไร 45.8 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้รวม 415 ล้านบาท มีกำไร 57.5 ล้านบาท และในปีล่าสุด 2559 มีรายได้รวม 608 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 98.77 ล้านบาท 


สิ้นปี 2559 อาฟเตอร์ ยู และมีร้านน้ำแข็งใสสไตล์ญี่ปุ่น ‘คากิโกริ (Kakigori) แบรนด์ เมย์โกริ (Maygori) มี 2 สาขา รวมถึงร้าน ทุเรียน เมนูใหม่สำหรับคนรักทุเรียน รวม 20 สาขา 


ในปี 2560 มีแผนเปิดเพิ่มในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เริ่มต้นที่เมืองท่องเที่ยวก่อน เพื่อปูทางไปสู่การทำให้ต่างประเทศรู้จัก และไปบุกตลาดต่างประเทศ โดยปี 2561 ตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มเป็น 30 สาขา 


แม่ทัพ เล่าถึงหัวใจของความสำเร็จที่อาฟเตอร์ ยู เดินมาถึงจุดนี้ได้ เพราะความรักในสิ่งที่ทำของน้องเมย์ (น้องสาว) และตัวเขา 




“เราเชื่อตัวเองเป็นบรรทัดฐาน เพราะแน่นอนต่อให้เป็นสิ่งที่ถูกแต่ไม่ใช่ตัวเรา ๆ ก็จะไม่รู้ว่ามันจริง และเราก็ไม่ควรไปทำธุรกิจนั้น แต่ถ้ามันเป็นความชอบของเราด้วย ลองไปเถอะครับอย่างไรก็ไปรอด” จุดเริ่มที่ทำให้พี่น้องทั้งสองเดินหาวิธีการเดินที่ไปต่อได้และเขาบอกว่าอาฟเตอร์ยู ในยุคต่อไปยังต้องอยู่สรรหาสิ่งที่โดนใจให้ผู้บริโภคในยุคนี้ที่มีความท้าทายอีกมากในการเป็นแบรนด์ขนมหวานในใจคนไทย และทั่วโลก นั่นคือ โพสิชั่นนิ่งที่วางไว้ สิ่งที่ยากอยู่ตรงที่พฤติกรรมผู้บริโภค เดาใจยาก เปลี่ยนใจเร็ว 


“10ปีที่ผมทำร้านมา ผู้บริโภคเปลี่ยนตลอด จาก 6 ปีแรกเติบโตบาง ๆ แต่ 3 ปีหลัง เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็มาจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภค ความชอบ ความรักเร็วเบื่อเร็วของลูกค้า เปลี่ยนไปอย่างน่ากลัวมาก”


นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจึงต้องมีการวางแผน “ทำให้สำเร็จ โดยมีแผนสำรอง (Backup Plan) เสมอ”


“คนที่ปรับตัวได้เร็วมาก ๆ อันนี้เป็นคีย์บางทีเตรียมโปรดักท์ใหม่ แต่เกิดมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้โปรดักตัวนี้ดูด้อยหรือจืดลงไปเราต้องดึงออกเลยทันที หากไม่เวิร์ค จะไม่ปล่อยออกไป” 


ที่สำคัญ บริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) คอยคิดเมนูใหม่ ๆ ออกมาทุกเดือน และมีครัวกลางที่เพิ่งลงทุนไปพร้อมเตรียมรองรับการขยายสาขาได้อีกยาวนาน 3-5 ปี หรือประมาณ 40-50 สาขา พร้อมกันกับเตรียมเจรจากับพาร์ทเนอร์ในต่างประเทศ ที่สนใจนำอาฟเตอร์ ยูไปเปิดในต่างประเทศ 


“เราตั้งใจเป็นแบรนด์ไทยที่จะไปทั่วโลกจริง ๆ เพราะเห็นจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้วทำให้เขารู้จักและชิม ก็จะทำให้กระจายไปในต่างประเทศได้ง่ายเมื่อนักท่องเที่ยวรู้จัก เริ่มต้นจากเพื่อนบ้านก่อน” 


เขาทิ้งท้ายให้มองวิธีพัฒนาธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทย ให้มองความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ ให้ศึกษาด้านบวกด้านลบมัน ทั้ง 2 ด้านมีประโยชน์ ในเชิงการตลาด เมื่อทำแล้วให้เตรียมตัวเพราะจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ละก้าวของการลงทุน จะต้องมองไปถึงวิธีการต่อยอดไปสู่อนาคต รวมถึงมีแผนสำรองปรับเปลี่ยนทิศทางได้เสมอ 

ค้นหางานหรือหาคนทำงาน

เพิ่มเรซูเม่เพื่อหางานในฝัน หรือลงประกาศเพื่อหาคนทำงานที่ตรงใจกับ S-CURVE HUB