ก้าวข้ามกับดักแรงงานสู่สังคมโรบอท แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคอุตสาหกรรมไทย
จากความต้องการของมนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ ทำให้สินค้าที่ออกสู่ตลาดในช่วงนี้ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ขณะที่สถานการณ์แรงงานไทยในปัจจุบันยังขาดแคลนทุกระดับ ทั้งแรงงานไร้ฝีมือและแรงงานฝีมือ เช่น ช่างเทคนิค (ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกล เครื่องยนต์) วิศวกร เป็นต้น ประกอบกับค่าจ้างแรงงานไทยที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และการพัฒนาการผลิตของประเทศต่างๆที่มีมาตรฐาน ก้าวทันเทคโนโลยี และความต้องการลดต้นทุนในการผลิต

ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องปรับตัวนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มผลิตภาพการผลิตให้สูงขึ้น โดยนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งไทยได้จัดให้หุ่นยนต์เป็น1 ใน 10 อุตสาหกรรม “S-Curve” ที่จะสร้างการเจริญเติบโตให้กับประเทศ  


โดยวางเป้าหมายมีโรงงานอุตสาหกรรมใช้หุ่นยนต์มากกว่าครึ่งภายในปี พ.ศ.2564 และขึ้นแท่นเป็นผู้นำการผลิตและการใช้หุ่นยนต์ในอาเซียน ทั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและบริการในปี พ.ศ.2569 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า


วันนี้ หุ่นยนต์ มาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ทำให้ ประชากรหุ่นยนต์ในโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปีหน้า 2018 หุ่นยนต์แรงงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.3 ล้านตัว ไม่นับหุ่นยนต์ที่ทำงานบ้าน และหุ่นยนต์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงหรือเป็นเพื่อนมนุษย์อีกไม่รู้กี่สิบล้านตัว


สมาพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ หรือ ไอเอฟอาร์ คาดการณ์ว่า ประชากรหุ่นยนต์ในโรงงานทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 ล้านตัวในปี 2019 เพิ่มขึ้น 1 ล้านตัว เมื่อเทียบกับปี 2015 อุตสาหกรรม ที่มีการใช้หุ่นยนต์เพิ่มมากที่สุดคือ "อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์" จะเพิ่มขึ้นถึง 18% เพราะโลกยุค 4.0 ต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูงมากขึ้น การผลิตจึงต้องการความละเอียดแม่นยำ ซึ่งแรงงานมนุษย์สู้ไม่ได้




จีน เป็นประเทศที่มีการติดตั้งหุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ในโรงงานมากที่สุดเป็น อันดับ 1 ของโลก  จากนโยบาย เมด อิน ไชน่า 2025ของรัฐบาลปักกิ่ง ทำให้จีนต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆมากมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย คาดกันว่าภายในปี 2020  จีนจะติดตั้งหุ่นยนต์ในโรงงานทั่วประเทศอีก 600,000650,000 ตัวเพื่อทำงานแทนมนุษย์


ส่วนประเทศที่ใช้หุ่นยนต์มากรองมา อันดับ 2 ของโลก คือ เกาหลีใต้ ตามมาด้วย ญี่ปุ่น เป็น อันดับ 3 ของโลก และ สหรัฐฯ มาเป็นอันดับ 4 ของโลกถ้า การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0ประสบความสำเร็จด้วยดี อีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์จะตกงานมากที่สุดเป็นประวัติการณ์


เมื่อมองกลับมาที่ไทยแลนด์บ้านเรา ขณะนี้เริ่มนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในภาคการผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมบริการ และอุตสาหกรรมอาหาร


นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกถึงข้อได้เปรียบการนำหุ่นยนต์มาใช้แทนแรงงานในภาคผลิต อันดับแรกเลยคือ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ไม่ต้องจ่ายค่าแรงสูง และยังช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่ภาคอุตสาหกรรมของไทยกำลังประสบอยู่ในขณะนี้และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ หุ่นยนต์จะได้เปรียบในเรื่องของงานที่มีความซ้ำซากจำเจ ทำงานได้ตลอดเวลา ไม่เมื่อยล้า ไม่มีเรียกร้อง ไม่ต้องจัดสวัสดิการ และงานเสร็จรวดเร็ว


"สำหรับแรงงานคน ขณะนี้ถือว่ายังพอมีโอกาส และมีพื้นที่ในการทำงาน โดยต้องเร่งพัฒนาตนเองให้มีทักษะฝีมือให้ก้าวเท่าทันเหตุการณ์และตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพราะในความเป็นจริงแล้วหุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนแรงงานคนได้ทั้งหมด ภาคอุตสาหกรรมยังต้องอาศัยแรงงานคนในส่วนของความคิดสร้างสรรค์ การใช้ดุลพินิจ และการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังมีงานใหม่ๆที่เกิดจากการผลิตหุ่นยนต์อีกด้วย" ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าว

 

ค้นหางานหรือหาคนทำงาน

เพิ่มเรซูเม่เพื่อหางานในฝัน หรือลงประกาศเพื่อหาคนทำงานที่ตรงใจกับ S-CURVE HUB